18 มีนาคม 2562 สัตว์ป่าอยู่บนอุโมงค์ทางหลวงอยู่ล่าง

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1521998

ทางหลวงหมายเลข 304 เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นเส้นทางสายหลักที่รองรับการขนส่งสินค้าจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือสู่ท่าเรือแหลมฉบังและนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก กรมทางหลวงจึงได้ขยายถนนจากเดิมขนาด 2 ช่องเพิ่มเป็น 4 ช่องจราจร ยกเว้นในช่วงที่ตัดผ่านพื้นที่รอยต่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่ากลุ่มใหญ่ของกลุ่มป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่ ที่ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ วันที่ 14 ก.ค.2548 โดยคณะกรรมการมรดกโลกมีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยจัดทำแนวเชื่อมต่อ (Wildlife Corridor) เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและป้องกันสัตว์ป่าไม่ให้ได้รับอันตรายจากถูกรถชน ปี 2552 กรมทางหลวงได้สำรวจออกแบบ จัดทำรายละเอียดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ทางเชื่อมผืนป่ามรดกโลกบนทางหลวงหมายเลข 304 และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในปี 2557 หลังจากได้รับความเห็นชอบแล้วกรมทางหลวงจึงได้ดำเนินการก่อสร้าง โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจมีผลต่อระบบนิเวศของผืนป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติทับลาน ทั้งในช่วงก่อสร้างและดำเนินการโดยเฉพาะทรัพยากรสัตว์ป่าด้วย การสำรวจโดยตรง ควบคู่กับการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ หรือ Camera Trap เพื่อเป็นฐานข้อมูลในสภาพปัจจุบัน และคาดการณ์สัตว์ป่าที่จะเข้ามาในพื้นที่ในอนาคตรูปแบบทางหลวงหมายเลข 304 สาย อำเภอกบินทร์บุรี-อำเภอปักธงชัย ประกอบด้วยถนนระดับดิน 4 ช่วง โครงสร้างทางยกระดับ 1 ช่วง และโครงสร้างอุโมงค์ทางหลวงชนิดดินตัดแล้วถมกลับ (Wildlife Overpass) 2 ช่วง รวม 7 ช่วง ทั้งนี้ในช่วงทางยกระดับ (Wildlife Underpass) สูง 9-13 เมตร ระยะทาง 570 เมตร บนโครงสร้างยกระดับมีการติดตั้งกำแพงกันเสียง เพื่อลดผลกระทบจากรถที่สัญจรที่อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าที่ใช้เส้นทางด้านล่างของทางยกระดับ เช่น กระทิง เก้ง กวางป่า นอกจากนี้ ในช่วงที่ 3 ถนนระดับดิน ระยะทาง 1,005 เมตร ซึ่งถนนช่วงนี้กรมทางหลวงได้ออกแบบและก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดสัตว์ลอด สำหรับสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก หรือ Amphibian Tunnel จำนวน 3 แห่ง และอุโมงค์ทางลอด สำหรับสัตว์ขนาดเล็ก หรือ Small Animal Underpass เพื่อให้สัตว์ดังกล่าวสามารถลอดไปมาได้ระหว่างอุทยานแห่งชาติทั้งสองแห่ง ซึ่งภายหลังก่อสร้างอุโมงค์ทั้ง 2 จุดแล้วเสร็จ ได้จัดสภาพภูมิทัศน์ให้มีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทั้งสองฝั่งทาง

โดยปลูกต้นไม้เน้นไม้พุ่มขนาดเล็ก และไม้ต้นขนาดเล็กรวมถึงพืชอาหารสัตว์ พร้อมทั้งการสร้างโป่งเทียม แหล่งน้ำเพิ่มเติม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สัตว์ป่าเคลื่อนย้ายเข้าสู่แนวเชื่อมผืนป่าและสร้างความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศโดยรอบ จากผลการติดตามช่วงก่อสร้างที่ผ่านมา พบว่าในพื้นที่โครงการและใกล้เคียงพบสัตว์ป่าหลากหลายชนิด เช่น บริเวณทางยกระดับฝั่งเขาใหญ่ พบ เก้ง กวางป่า อีเห็นข้างลาย ฝั่งทับลาน พบ สุนัขจิ้งจอก แมวดาว เม่นใหญ่ หมูป่า กวางป่า บริเวณอุโมงค์ทางหลวงฝั่งเขาใหญ่พบสัตว์ป่าขนาดเล็ก เช่น พังพอน ชะมดแผงหางปล้อง อีเห็นข้างลาย ฝั่งทับลานพบสัตว์ป่าขนาดใหญ่ เช่น เลียงผา กระทิง กวางป่า เสือโคร่ง เมื่อวิเคราะห์โอกาสการพบสัตว์ป่าด้วยโปรแกรม MaxEnt พบว่าบริเวณโครงสร้างทางยกระดับจะมีโอกาสพบ กวางป่า เก้ง ชะมดเช็ด เม่น กระทิง ขณะที่บริเวณอุโมงค์ มีโอกาสพบเลียงผา กวางป่า หมีหมา สุนัขจิ้งจอก กระทิง ทั้งนี้ระหว่างก่อสร้างพบรอยเท้าสัตว์ป่าหลายชนิดใกล้พื้นที่อุโมงค์ทางหลวง คาดว่ามาสำรวจเส้นทางที่ข้ามถนน และเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ พบว่าบริเวณหลังคาอุโมงค์ทางหลวง มีรอยเท้าของสัตว์ป่าเดินข้ามไปมาระหว่างทั้งสองผืนป่าระหว่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลาน ดังนั้นผลจากการก่อสร้างและปรับภูมิทัศน์เลียนแบบธรรมชาติแบบเดิม ควบคู่ไปกับการสร้างบ่อน้ำ โป่งเทียม และปลูกพืชอาหารสัตว์ ส่งผลให้สภาพนิเวศวิทยาทั้งสองฝั่งทางไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม นับเป็นต้นแบบทางเชื่อมผืนป่าแห่งแรกของประเทศไทย.